
21
Sep
ญี่ปุ่น
เรื่องเล่าจากฮอกไกโด เกาะเหนือที่ไม่เคยธรรมดา
เมื่อเอ่ยชื่อ "ฮอกไกโด" ภาพแรกในใจของเรามักเป็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสุดลูกหูลูกตา อาหารทะเลสดใหม่ที่เพิ่งขึ้นจากเรือ หรือหิมะขาวโพลนราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย แต่เบื้องหลังความงามอันเป็นที่รู้จักนี้ มีเรื่องราวเก่าแก่ที่คนญี่ปุ่นเองก็เคยเรียกว่าเป็นดินแดนต่างชาติ
ดินแดนแห่งชาวไอนุ (The Land of the Ainu)
ก่อนจะมาเป็นฮอกไกโด เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า “เอโสะ” (Ezo) แปลว่า "ดินแดนของคนต่างชาติ" เพราะที่นี่คือบ้านของ ชนเผ่าไอนุ (Ainu)
ผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเชื่อว่าสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีจิตวิญญาณที่เรียกว่า "คามุย" (Kamuy)
จึงแสดงความเคารพผ่านพิธีบูชาหมีและสัตว์ต่างๆ วัฒนธรรมของชาวไอนุสะท้อนผ่านภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ลวดลายงานฝีมือบนเสื้อผ้าที่วิจิตรบรรจง รวมถึงงานแกะสลักไม้ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
เกร็ดความรู้
เรื่องราวของฮอกไกโดเริ่มเปลี่ยนไปในปี ค.ศ. 1869 เมื่อญี่ปุ่นในยุคสมัยเมจิ ตัดสินใจผนวกเกาะนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเพื่อป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย และได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “ฮอกไกโด” (北海道) ซึ่งหมายถึง "เส้นทางทะเลเหนือ" จากนั้นจึงมีการย้ายผู้คนจากเกาะฮอนชูขึ้นมาตั้งถิ่นฐาน สร้างเมืองซัปโปโร และพัฒนาเกาะแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ของญี่ปุ่น

ภาพวาดจากชุด Ezo Shima Kikan (ปลายศตวรรษที่ 1840) โดย Brooklyn Museum
บทบาทและวิถีชีวิตของชาวไอนุในอดีต
บทบาทของผู้ชายชาวไอนุ
ผู้ชายมีหน้าที่หลักในการหาเลี้ยงครอบครัวและปกป้องชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ล่าสัตว์และจับปลา ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารหลัก พวกเขาจะใช้เครื่องมือที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ธนู, หอก, กับดัก และเรือที่ทำจากไม้ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ดูแลด้านพิธีกรรมที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะพิธีบูชาหมี ซึ่งเป็นสัตว์ที่พวกเขานับถือการล่าสัตว์: ล่าสัตว์ใหญ่อย่างหมีกริซลี่และกวาง
การประมง: จับปลาในแม่น้ำและทะเล เช่น ปลาแซลมอน
งานช่างฝีมือ: แกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์และเครื่องมือต่างๆ
-----
บทบาทของผู้หญิงชาวไอนุ
ผู้หญิงมีหน้าที่สำคัญในการดูแลบ้านและครอบครัว รวมถึงการสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญา โดยเฉพาะงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน พวกเขาเป็นผู้รวบรวมพืชพรรณต่างๆ สำหรับการประกอบอาหารและสมุนไพรสำหรับรักษาโรคการทอผ้าและเย็บปัก: ทอผ้าจากเปลือกไม้และเย็บเสื้อผ้าด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ (Moya)
การทำอาหาร: เตรียมอาหารจากผลผลิตที่ผู้ชายหามาได้
การปลูกพืช: ปลูกพืชและสมุนไพรในบริเวณบ้าน
รอยสัก (Siknu Kiroi): ผู้หญิงไอนุจะเริ่มสักบริเวณปากเมื่อโตเป็นสาว เพื่อแสดงถึงสถานะและพร้อมสำหรับการแต่งงาน รอยสักนี้จะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อมีลูก และถือเป็นเครื่องหมายสำคัญที่แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ในสังคม
ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างมีบทบาทที่สำคัญและเท่าเทียมกันในการขับเคลื่อนสังคมให้ดำเนินต่อไปได้ พวกเขามีชีวิตที่เรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติอย่างแยกจากกันไม่ได้ครับ

โดย Jessie Tarbox Beals, Missouri History

Ainu woman from Hokkaido, c. 1930
การเดินทางผ่านเรื่องราว 4 ฤดู (A Four-Season Journey)
วันนี้ ฮอกไกโดคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรมเก่าแก่ และความเจริญสมัยใหม่ ที่รอให้นักเดินทางมาค้นพบในทุกช่วงเวลาของปี
ในฤดูใบไม้ผลิ: ทันทีที่หิมะเริ่มละลาย เรื่องราวของความงามก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ที่คลองโอตารุ (Otaru) ซากุระจะเริ่มบานสะพรั่งริมสองฝั่งน้ำ ภาพของกลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนที่สะท้อนบนผิวน้ำ พร้อมกับโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ยังคงยืนหยัด ทำให้บรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ
-----
ในฤดูร้อน: เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ทุ่งดอกไม้ที่ฟุราโนะ (Furano) จะกลายเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันอันสดใส ที่นี่ไม่ใช่แค่ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงเท่านั้น แต่ยังมีทุ่งดอกป๊อปปี้และดอกทานตะวัน ที่ช่วยให้ภาพตรงหน้ามีชีวิตชีวาจนคุณอดไม่ได้ที่จะตกหลุมรัก
-----
ในฤดูใบไม้ร่วง: เทือกเขาโซอุนเคียว (Sounkyo) จะเผยความงามในอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยทิวทัศน์ของหุบเขาและหน้าผาสูงชันที่ถูกประดับด้วยสีแดงเพลิงของใบไม้เปลี่ยนสี เป็นภาพที่ดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง ราวกับธรรมชาติกำลังบอกเล่าเรื่องราวอันแสนยาวนาน
-----
ในฤดูหนาว: เมื่อเกาะทั้งเกาะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ฮอกไกโดจะกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ที่โด่งดังจะเนรมิตเมืองให้กลายเป็นลานจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งสุดอลังการ ในขณะเดียวกัน ลานสกีระดับโลกมากมายก็พร้อมเชื้อเชิญให้คุณไปสัมผัสความสนุกบนลานหิมะ
-----




รสชาติแห่งเรื่องเล่า: เมื่ออาหารบอกเล่าชีวิต (A Taste of the North)
เรื่องราวของฮอกไกโดจะขาดไม่ได้เลยถ้าไม่ได้พูดถึงอาหาร ที่นี่ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลสดๆ แต่ยังเป็นบ้านของเมนูอร่อยมากมายที่เกิดจากสภาพอากาศและวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร
ซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry): อาหารขึ้นชื่อของซัปโปโรที่มีรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และอุดมไปด้วยผักท้องถิ่นหลากหลายชนิด เหมาะกับการทานเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในวันอากาศหนาว
เจงกิสข่าน (Jingisukan): เนื้อแกะย่างบนกระทะทรงโดมร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ เป็นเมนูที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวเหนือได้อย่างดี

ซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry)

เจงกิสข่าน (Jingisukan): เนื้อแกะย่างบนกระทะทรงโดม
